“พวกนี้จะเล็งเหยื่อที่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุเพราะมีการระวังตัวที่ค่อนข้างต่ำ รองลงมาคือสาวๆ วัยรุ่นที่ชอบพวกโทรศัพท์หรือพกกระเป๋าไว้ด้านหลัง ส่วนสถานที่ที่ ลงมือได้ง่ายคือตามร้านขายเสื้อผ้า บางทีแก๊งเหล่านี้ทำทีไปเดินดูเสื้อผ้า คนหนึ่งอาจจะแกล้งหยิบหรือยกชายเสื้อในร้านบังไว้ แล้วอีกคนก็จะลงมือกรีดหรือล้วงกระเป๋าทันที”

ตลาดนัดสวนจตุจักร ตลาดนัดที่ว่ากันว่าใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยเนื้อกว่า 68 ไร่ มีแผงค้านับพันแผง แม้จะเปิดขายเต็มรูปแบบแค่วันเสาร์-อาทิตย์ แต่จำนวนนักท่องเที่ยวในวันดังกล่าวทั้งไทยและต่างชาติมีจำนวนมหาศาล แน่นอนว่าเมื่อผู้คนมารวมกันมากๆ จึงเป็นโอกาสให้เหล่ามิจฉาชีพโดยเฉพาะนักล้วง-นักกรีดกระเป๋าแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุอยู่ไม่เว้นแต่ละวัน ที่น่าตกใจคือผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติมากกว่าจะเป็นคนไทยด้วยกัน วันนี้ทีมข่าวสกู๊ปหน้า 5 จะพาไปรู้จักวงจรแก๊งเหล่านี้ จากตำรวจผู้มีประสบการณ์กับมิจฉาชีพมากว่า 20 ปี และยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

แก๊ง“เขมร-เวียดนาม”ยึดพื้นที่

ท่ามกลางผู้คนที่หนาแน่นและอากาศที่ร้อนอบอ้าว ทีมข่าวของเราลงสำรวจพื้นที่และพบกับ ร.ต.ต.มาโนทย์ พ่วงช่วงโชติ รอง สว.กก.1 กองปราบปราม ที่กำลังออกตรวจตราตามจุดต่างๆ ที่ล่อแหลม โดย ร.ต.ต.มาโนทย์เล่าให้เราฟังว่า ปัจจุบันแก๊งค์ที่กำลังระบาดหนักในพื้นที่ตลาดนัดสวนจตุจักรจะมีอยู่ 2 พวกใหญ่ๆ คือชาวกัมพูชา กับชาวเวียดนาม โดยสิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดคือหากเป็นแก๊งค์ชาวเวียดนามมักจะแต่งตัวดีและมีหนังสือเดินทางเข้าเมืองถูกต้อง ส่วนแก๊งค์ชาวกัมพูชานั้นจะแต่งตัวพื้นๆ ง่ายๆ เหมือนชาวบ้านทั่วๆ ไป

“แก๊งเวียดนามนะครับ พวกนี้มีพาสปอร์ตถูกต้อง ส่วนใหญ่ที่พบแต่งตัวดี ดูไม่ออกหรอกครับว่าเป็นโจร ตรงข้ามกับชาวกัมพูชา พวกนี้แต่งตัวพื้นๆ บ้านๆ เดินเข้าออกตลาดเหมือนแรงงานต่างด้าวทั่วไปมากกว่านักท่องเที่ยว แต่ทั้งสองแก๊งจะเหมือนกันคือสบโอกาสเมื่อไรก็ลงมือทันที และเร็วมาก บางทีผู้เสียหายไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ”

นอกจาก 2 แก๊งนี้แล้ว ในอดีตยังเคยมีแก๊งชาวฟิลิปปินส์ สิ่งที่ต่างออกไปคือแก๊งฟิลิปปินส์จะเล็งเหยื่อตั้งแต่ที่ตู้ถอนเงินอัตโนมัติ (เอทีเอ็ม) จากนั้นเมื่อสบโอกาสก็จะลงมือ ทว่าในระยะหลังๆ จากการเอาจริงเอาจังของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ แก๊งนี้ก็หายไปจากตลาดนัดสวนจตุจักร โดยมีข่าวลือว่าไปก่อเหตุในห้างใหญ่ๆแทน  นอกจากนี้ยังพบว่าแก๊งทรชน ยังมีการพัฒนาเทคนิคโดยสั่งทำแหวนสวมนิ้วมือชนิดพิเศษ ที่สามารถซ้อนใบมีดอันคมกริบที่หัวแหวนได้เพื่อความแนบเนียนในการก่ออาชญากรรม

เลือกเหยื่อ ชาวต่างชาติ-สตรี-คนชรา

ร.ต.ต.มาโนทย์เล่าต่อไปว่า คนร้ายเหล่านี้เลือกที่จะลงมือกับผู้สูงอายุโดยเฉพาะที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติเพราะมีการป้องกันตัวค่อนข้างน้อย โดยเหยื่อส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ขณะที่วัยรุ่นนั้นมิจฉาชีพจะเลือกเหยื่อที่ชอบเก็บของมีค่าไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านหลังเช่นโทรศัพท์มือถือ หรือผู้หญิงที่ชอบสะพายกระเป๋าไว้ด้านหลัง ซึ่งจุดบอดที่ทำให้ยากแก่การสังเกตคือ ตามร้านจำหน่ายเสื้อผ้า ในหลายกรณีนั้นคนร้ายจะใช้ชายเสื้อผ้าตามร้านเป็นตัวบังสายตาผู้ที่อยู่รอบๆ พร้อมกับลงมือไปด้วยทำให้มองไม่เห็นว่ากำลังทำอะไรอยู่

“พวกนี้จะเล็งเหยื่อที่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุเพราะมีการระวังตัวที่ค่อนข้างต่ำ รองลงมาคือสาวๆ วัยรุ่นที่ชอบพวกโทรศัพท์หรือพกกระเป๋าไว้ด้านหลัง ส่วนสถานที่ๆ ลงมือได้ง่ายคือตามร้านขายเสื้อผ้า บางทีแก๊งเหล่านี้ทำทีไปเดินดูเสื้อผ้า คนหนึ่งอาจจะแกล้งหยิบหรือยกชายเสื้อในร้านบังไว้ แล้วอีกคนก็จะลงมือกรีดหรือล้วงกระเป๋าทันที” โดยในหลายครั้งที่จับได้จะพบโทรศัพท์ราคาแพงจำนวนมาก

ทำชั่วเป็นขบวนการ กรีด-ล้วง-หนี

ประเด็นที่น่าสนใจต่อมา ขบวนการเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำงานคนเดียว แต่มีการแบ่งหน้าที่กันทำชัดเจน โดยทีมหนึ่งอาจจะมีคนลงมือชุดละ 3-4 คน คนหนึ่งเป็นคนกรีด หรือล้วงกระเป๋า ส่วนคนที่เหลือเป็นคนเดินประกบบังสายตาผู้อื่นที่อาจสังเกตเห็นได้ เมื่อกระทำการสำเร็จคนที่ถือทรัพย์สินจะหนีไปก่อน ส่วนทีมที่เหลือบางครั้งจะเป็นเหมือนตัวล่อให้ตำรวจมาจับ เพราะแม้จะจับไป ก็ต้องปล่อยตัวเนื่องจากไม่มีหลักฐานและไม่มีผู้เสียหายชี้ตัว

“พวกนี้นะครับ สมมติมากัน 3 คน 2 คนยืนประกบข้าง อีกคนล้วงกระเป๋า เสร็จแล้วคนที่ล้วงจะหนีไปก่อนเพื่อส่งต่อทรัพย์สินกับผู้ร่วมขบวนการคนอื่นๆ ที่กระจายอยู่รอบๆ ขณะที่คนอื่นที่มาด้วยกันอาจจะถูกจับ แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ คนพวกนี้เข้ามามีพาสปอร์ตถูกต้อง หลักฐานของกลางก็ไม่มี จับได้ก็แค่ทำประวัติ แล้วก็ต้องปล่อยตัวไป แต่จริงๆ ของที่ขโมยมาเขาเอาส่งเป็นทอดๆ ไปให้ผู้ที่ทำหน้าที่เก็บของแล้ว ซึ่งจะรอแจกจ่ายกันต่อไปในกลุ่มเดียวกัน”

ร.ต.ต.มาโนทย์ ส่ายตัว แล้วบอกว่า เป็นเรื่องตลกร้ายมาก บางรายจับกันจนแทบจะคุ้นหน้าคุ้นตากันแล้ว แต่เพราะไม่มีหลักฐานของกลางหรือไม่มีผู้ชี้ตัว จึงไม่สามารถส่งดำเนินคดีได้ โดยสาเหตุเพราะผู้เสียหายก็เป็นชาว ต่างชาติซึ่งไม่สามารถอยู่เมืองไทยได้นาน ก็ไม่ต้อง การตามคดี ขณะที่หากเป็นแก๊งค์ชาวกัมพูชา ในหลายกรณีที่ผู้ก่อเหตุยังเป็นเยาวชน ผู้เสียหายก็เกิดสงสาร ไม่อยากแจ้งความ เราก็ต้องยอมตามผู้เสียหายไป ทั้งที่จริงๆ แล้วเยาวชนเหล่านี้บางคนทำเป็นอาชีพเสียด้วยซ้ำไป

“เงินบาป”ล้วงเท่าไหร่ไม่เคยพอ

“พวกนี้บางทีก็เหมือนเงินบาปนะ ได้มาง่าย ก็ใช้ไปง่ายๆ ส่วนใหญ่ลงกับการพนัน ก็เล่นกันในกลุ่มของพวกเขานั่นละ บางคนก็ติดยาเสพติด ที่แย่คือบางคนหันมาค้าด้วย ไม่ยาไอซ์ก็ยาบ้า”

จากการสืบสวนหาข่าวเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ คนกลุ่มนี้นิยมพักอยู่ตามห้องเช่าราคาถูกย่านห้วยขวาง สุทธิสารและย่านประตูน้ำ และระยะหลังๆ ไม่เพียงแค่มีในลักษณะของขบวนการเท่านั้น แม้กระทั่งขาจร ประเภทที่มาเดินดูรอบๆ สบโอกาสก็ลงมือโดยที่ไม่ได้เตรียมการมาก่อนก็มีเช่นกัน หรือรูปแบบล่าสุด มีแม้แต่ประเภทปกติทำงานให้นายจ้างคนไทยทั่วไป แต่พอมีเวลาว่างเช่นวันหยุดกลับออกมาเดินในพื้นที่ตลาดเพื่อฉวยโอกาสลงมือ ทำเป็นอาชีพเสริมก็มีบ้างเหมือนกัน

เผยเทคนิคไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

ร.ต.ต.มาโนทย์ ยังฝากเตือนมาถึงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติที่เข้ามาจับจ่ายซื้อของในตลาดนัดสวนจตุจักรด้วยว่า ให้ระวังกลุ่มบุคคลที่มาเป็นกลุ่ม พยายามทำทีเข้าประชิดแล้วเบียดซ้ายเบียดขวาเพราะส่วนใหญ่เป็นพฤติกรรมของมิจฉาชีพ ขณะที่กระเป๋าและของมีค่าควรเก็บไว้ด้านหน้าเพื่อให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ขณะที่ชาวต่างชาติที่มาเดินเที่ยวควรพกหนังสือเดินทาง หรือบัตรอนุญาตให้อยู่ในประเทศกรณีที่เป็นแรงงานเข้ามาทำงาน เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

“แก๊งค์พวกนี้มักใช้ผู้หญิง เพื่อลดความหวาดระแวงของเหยื่อในขณะที่โดนประกบเพื่อล้วงหรือกรีดกระเป๋า หนทางป้องกันคือต้องเป็นคนช่างสังเกตุ และเอากระเป๋าไว้ข้างหน้าเมื่ออยู่ในที่ชุมนุมชน สำหรับตัวผม เวลาเดินตรวจยังต้องค่อยจับกระเป๋าอยู่เรื่อยๆ เพราะเกรงว่าจะถูกล้วงเหมือนกัน”  ร.ต.ต.มาโนทย์ กล่าวติดตลก

จากข้อมูลของ พ.ต.ท.สุรศักดิ์ บุญศรีภิรัตน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  ในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เจ้าของพื้นที่ตลาดนัดสวนจตุจักร พบว่าปัจจุบันพบผู้กระทำผิดน้อยลงกว่าปีก่อนๆ หลังจากที่การรถไฟแห่งประเทศไทย เข้ามารับอาสาเป็นเจ้าภาพหลักในด้านงานรักษาความปลอดภัย ทำให้มีการบูรณาการร่วมกันของหลายฝ่ายทั้งตำรวจ เจ้าหน้าที่ กทม. เจ้าหน้าที่การรถไฟฯ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งแม้ว่าผู้ต้องสงสัยหลายรายจะไม่มีหลักฐานแต่ก็จะมีการทำประวัติเบื้องต้นไว้ก่อน ส่วนรายใดไม่มีเอกสารเข้าเมืองโดยถูกต้องตามกฎหมายก็จะถูกผลักดันออกนอกประเทศทันที ทำให้ผู้ที่คิดจะกระทำผิดไม่ค่อยกล้าที่จะลงมืออย่างที่เคยทำมาในอดีต ซึ่งก็ต้องมีการทำอย่างเข้มข้นต่อไป

เพราะถ้าวันใดที่การป้องกันเริ่มหละหลวม มิจฉาชีพเหล่านี้ก็พร้อมจะกลับมาอีกแน่นอน

scoop@naewna.com

ที่มา : http://www.naewna.com/scoop/8226

 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s