ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีแต่เรื่องราว ความเคลื่อนไหวของ “เฟซบุ๊ค” ทั้งการเข้าสู่ตลาดหุ้น หรือเรื่องที่น่ายินดีของผู้ก่อตั้ง

“มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก” สละโสดแต่งงานกับสาวน้อยชาวจีน ขณะเดียวกัน ก็มีเรื่องราวของฝั่ง “ทวิตเตอร์” ที่ก็ถือว่าร้อนแรงไม่แพ้กัน
รายงานข่าวจากซีเอ็นเอ็น ระบุ มีข้อมูลจาก “พิว เซ็นเตอร์ ฟอร์ อินเทอร์เน็ต แอนด์ อเมริกัน ไลฟ์” เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีชาวอเมริกันที่ใช้อินเทอร์เน็ตเพียง 8% เท่านั้นที่เช็คข้อความทวิตเตอร์ทุกวัน เป็นตัวเลขที่เพิ่มจาก 2% เมื่อเดือน พ.ย. 2553 และ 5% เมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว กลุ่มสำรวจกลุ่มนี้ บอกว่า เมื่อตัวเลขของผู้ใช้ทวิตเตอร์น้อยขนาดนี้ แล้วโซเชียล เน็ตเวิร์คเครื่องมืออื่นจะเป็นอย่างไร ผลปรากฏว่า มีจำนวนถึง 66% ที่ใช้เฟซบุ๊ค ลิงด์อิน และกูเกิลพลัส

“เป็นตัวเลขที่ไม่ได้แยกว่ามีคนใช้เฉพาะเฟซบุ๊คเท่าไร หรือใช้ผสมกับเครื่องมืออื่นเท่าไร แต่ทำให้พอทราบได้ว่า เฟซบุ๊คมีคนใช้เยอะกว่าทวิตเตอร์แน่นอน” นายอารอน สมิธ นักวิจัยจากพิวฯ เล่า

อย่างไรก็ดี ทวิตเตอร์ยังถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างข่าว-ส่งข่าวในบางพื้นที่ ที่สื่อหลักไม่สามารถส่งสารได้อย่างเสรี เช่น การรณรงค์ประท้วงในช่วง “อาหรับ สปริง” หรือแม้กระทั่ง การตั้งคำถาม-คำตอบแบบตัวต่อตัวกับ “นายบารัก โอบามา” ประธานาธิบดีของสหรัฐ รวมถึงกรณีของผู้กำกับ “เควิน สมิธ” ที่ทวีตตำหนิการบริการของสถานที่แห่งหนึ่ง ทำให้เกิดประเด็นกระเพื่อมไปในวงกว้างถึงกลุ่มผู้ใช้ในหลากหลายรูปแบบ หรือในกรณีการสนทนาที่ไม่น่าจะโคจรมาเจอกันได้อย่าง “เดรก” แร็ปเปอร์ชาวแคนาดา กับ “ที.บูน พิกเคนส์” มหาเศรษฐีน้ำมัน

ผู้เขียนนิตยสาร “ฟอร์บส์” คนหนึ่งให้ความเห็นว่า ทวิตเตอร์เป็นช่องทางการสื่อสารหนึ่งที่จำเป็น แต่ไม่สามารถเป็นกระแสหลักได้อย่างที่คิด เพราะแม้ว่า ทวิตเตอร์จะดูเติบโตจากจำนวนทวีตแต่ละวัน จากรายได้การโฆษณาที่ได้รับ รวมถึงจำนวนเหล่าดารา-เซเลบ และแบรนด์ต่างๆ เข้ามาใช้งานพื้นที่นี้ในการสร้างความจดจำ แต่ถ้าดูในภาพรวม หรือองค์รวมแล้วทวิตเตอร์ยังอ่อนในเรื่องของการสร้างความสัมพันธ์ผูกติดกับผู้ใช้นั่นเอง

ด้านตัวเลขของผู้ใช้ เฟซบุ๊ค ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้ที่แอ็คทีฟปัจจุบันราว 901 ล้านคน โดยตั้งเป้าทะยานสู่ 1 พันล้านคน ในปีนี้ ขณะที่ ทวิตเตอร์ แต่ละเดือนมีผู้ใช้ออนไลน์ราว 140 ล้านคน จากที่เคยรุ่งเรืองในช่วงปีแรกๆ จนถึงขณะนี้ เป็นเวลากว่า 6 ปี อัตราการเติบโตกลับเริ่มช้าลง

กระนั้นก็ตาม โฆษกของทวิตเตอร์กลับไม่ได้คิดเช่นนั้น โดยนางสาวแคโรลิน เพนเนอร์ กล่าวผ่านซีเอ็นเอ็นทางอีเมล ว่า ยอดการเติบโตของทวิตเตอร์ยังแข็งแกร่ง โดยมีผู้ใช้ที่แอ็คทีฟในระบบมากกว่า 140 ล้านคนในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดที่เคยประกาศไปเมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว ผู้ใช้ยังมีแค่ 100 ล้านคนเท่านั้น

ทั้งยังเสริมด้วยว่า ทางทวิตเตอร์ต้องใช้เวลากว่า 3 ปี 2 เดือน 1 วัน กว่าจะสร้างยอดทวีตได้ 1 พันล้านทวีต แต่ตอนนี้ จำนวนทวีตจำนวนเดียวกันเกิดขึ้นได้ทุก 3 วัน นั่นหมายความว่า ถึงแม้ทวิตเตอร์จะมีผู้ใช้ไม่เยอะแต่จำนวนทวีตกลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ตามผลสำรวจ แบ่งได้ออกเป็นช่วงระหว่างเดือน ม.ค.ถึง เม.ย. 2555 ที่ผ่านมา โดยทางพิวฯ พบว่า ตัวเลขผู้ใช้ทวิตเตอร์ชาวอเมริกันลดลงเหลือแค่ 15% ของผู้ใช้ที่บอกว่า ใช้ทวิตเตอร์เมื่อเดือน ก.พ. นั่นตรงกับจำนวน 13% ที่ระบุว่า พวกเขาใช้ทวิตเตอร์ในเดือน พ.ค. 2554

นายสมิธ นักวิจัยจากพิวฯ มองว่า ทวิตเตอร์เริ่มมีความสำคัญกับผู้ใช้บางกลุ่มแล้ว โดยเฉพาะส่วนของผู้ใช้วัยรุ่นที่เข้าถึงทวิตเตอร์ผ่านทางสมาร์ทโฟน ทั้งทางโมบายล์เว็บ และแอพพลิเคชั่น ซึ่งเป็นผลมาจากกระแสที่เห็นความสำคัญของข้อมูล เอื้อให้เกิดการเสพติดการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงอีกแนวคิดที่ต้องทำความเข้าใจว่า เฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ มีจุดประสงค์การใช้งานที่ต่างกันมาก ทวิตเตอร์จะเน้นความไวและสั้นในทางข้อมูลข่าวสาร ส่วนเฟซบุ๊คจะเป็นฮับของกลุ่มเพื่อนมากกว่า

ที่มา : http://bit.ly/LjZOWV

Advertisements

About naelkung

PR Consulting, Media Monitoring, Catering, Marketing, Gadgets, Traveling, / Touch me !!!! U will know all about me...

4 responses »

  1. Reindeer Saranya พูดว่า:

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลอัพเดทดีๆค่ะพี่นนท์ เป็นประโยชน์มากเลย 🙂

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s