คิดก่อนโพสต์ : คอลัมน์เล่าสู่กันฟัง : โดย…บัญญัติ คำนูณวัฒน์

เมื่อโซเชียลมีเดียเข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตประจำวันของเราหลายๆ คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในช่วงแรกเราอาจจะไม่รู้สึกอะไร คิดว่ามันก็แค่อีกช่องทางในการสื่อสาร แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่า โซเชียลมีเดียมีพลังมากถึงขนาดที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมือง ในขณะที่ภาคธุรกิจก็หันมาคิดแผนการตลาดเพื่อช่วงชิงพื้นที่บนโซเชียลมีเดียในการสร้างความสัมพันธ์ ดึงลูกค้าให้เข้ามามีส่วนร่วม ที่สำคัญทำยังไงก็ได้ให้ลูกค้าเกิดการบอกต่อไปยังเพื่อนๆ ของพวกเขาบนโลกออนไลน์ ซึ่งมีความน่าเชื่อถือกว่าการโฆษณาผ่านสื่อทั่วไป

โซเชียลมีเดียมีพลังขนาดไหน? จากการรายงานจำนวนผู้ใช้โซเชียลมีเดียทั่วโลกของเว็บไซต์โพรนิวส์ดอทคอมเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า โซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ อันดับ 1 “เฟซบุ๊ก” มีจำนวนผู้ใช้สูงสุดถึง 901 ล้านคน อันดับ 2 “ทวิตเตอร์” มีจำนวนผู้ใช้ 555 ล้านคน อันดับ 3 “กูเกิลพลัส” มีผู้ใช้จำนวน 170 ล้านคน อันดับ 4 “ลิงค์อิน” มีจำนวนผู้ใช้ 150 ล้านคน และอันดับ 5 “พินเทอร์เรสท์” โซเชียลมีเดียน้องใหม่ไฟแรงที่มีจำนวนผู้ใช้ 11.7 ล้านคน

หากคิดเป็นจำนวนผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมต่อเดือน ซึ่งในที่นี้หมายความรวมถึงการเข้าไปส่งข้อความ แบ่งปันภาพ กดไลค์ คอมเมนท์ หรือกดแชร์ จะพบว่า “เฟซบุ๊ก” มีคนเข้าไปปฏิสัมพันธ์มากที่สุดถึง 7,012.9 ล้านคน รองลงมาเป็น “ทวิตเตอร์” 182 ล้านคน “กูเกิลพลัส” 61 ล้านคน “ลิงค์อิน” 85.7 ล้านคน และ “พินเทอร์เรสท์” 104.4 ล้านคน ตามลำดับ

เมื่อเปรียบเทียบกลุ่มผู้ใช้โซเชียลมีเดียในแต่ละประเภทจะพบว่า กลุ่มผู้ใช้ “เฟซบุ๊ก” มากที่สุดจะมีอายุ 18-25 ปี รองลงมาคืออายุ 26-34 ปี, กลุ่มผู้ใช้ “ทวิตเตอร์” และ “ลิงค์อิน” มากที่สุดจะมีอายุ 26-34 ปี รองลงมาคืออายุ 35-44 ปี, กลุ่มผู้ใช้ “กูเกิลพลัส” มากที่สุดจะมีอายุ 26-34 ปี รองลงมาคืออายุ 18-25 ปี, กลุ่มผู้ใช้ “พินเทอร์เรสท์” มากที่สุดจะมีอายุ 26-34 ปี และ 35-44 ปี รองลงมาคืออายุ 45-54 ปี ซึ่งผู้ชายจะนิยมใช้ “เฟซบุ๊ก”, “กูเกิลพลัส” และ “ลิงค์อิน” มากกว่าผู้หญิง ในขณะที่ผู้หญิงจะใช้ “ทวิตเตอร์” และ “พินเทอร์เรสท์” มากกว่าผู้ชาย

จากสถิติดังกล่าว ทำให้เห็นว่ามีคนจำนวนมหาศาลกำลังทำกิจกรรมต่างๆ มากมายอยู่บนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะพูดหรือทำอะไร เป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ดี เพื่อนๆ หรือคนที่รู้จักก็จะเห็นและจะกระจายต่อไปยังเพื่อนของเพื่อน และของเพื่อนไปอีก ยากต่อการควบคุม เช่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุด กรณีของนักร้องชื่อดังระดับโลกที่รู้จักกันดีในชื่อ “เลดี้ กาก้า” ได้เผยแพร่ข้อความผ่านทวิตเตอร์ของเธอที่มีผู้ติดตาม 24,789,466 คน ว่าจะไปเที่ยวย่านการค้าสำหรับผู้หญิงและแหล่งขายนาฬิกาปลอม ทำให้คนไทยจำนวนหนึ่งไม่พอใจ รวมไปถึงปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ออกมาโต้ตอบผ่านสื่อทั่วไปบนโลกออฟไลน์ว่าข้อความดังกล่าวทำให้ชื่อเสียงของประเทศไทยเสียหาย

สำหรับผู้ที่รู้จักใช้ พลังของโซเชียลมีเดียก็จะก่อให้เกิดประโยชน์ เช่น ที่ประเทศเยอรมนี ตำรวจรัฐโลเวอร์แซกโซนีใช้เฟซบุ๊กติดตามหาบุคคลสูญหาย หรือผู้ต้องสงสัยในคดีอาชญากรรม และตำรวจในเมืองฮันโนเวอร์ สามารถปิดคดีอาชญากรรมลงได้อย่างรวดเร็วหลายคดี เมื่อเผยแพร่ภาพที่ได้จากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดออกทางเฟซบุ๊ก หรือแม้แต่ในประเทศไทย ล่าสุดจากกรณีที่เฟซบุ๊กเผยแพร่ข้อความและภาพของนักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยเอกชนที่ประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์พุ่งชนขณะที่ลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุรถชนกันบนสะพานพระราม 9 ทำให้เราเห็นว่า แท้จริงแล้วตำรวจไทยก็มีความทันสมัยด้วยการใช้เครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ในการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด

พลังโซเชียลมีเดียเปรียบเสมือนดาบสองคมที่สามารถให้ทั้งคุณประโยชน์พร้อมโทษมหันต์ ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้อย่างไรและใช้เพื่ออะไร เราเองก็ควรจะใช้อย่างมีสติและมีวิจารณญาณ และช่วยกันสอดส่องดูแล ตักเตือนหากเห็นว่าการโพสต์หรือการแชร์จะก่อให้เกิดผลเสียตามมา ทางที่ดีและปลอดภัยจึงควรคิดให้รอบคอบทุกครั้งก่อนที่จะโพสต์

…………………………….
(คิดก่อนโพสต์ : คอลัมน์เล่าสู่กันฟัง : โดย…บัญญัติ  คำนูณวัฒน์)

ที่มา : http://www.komchadluek.net

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s