เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็เล่น Facebook แต่ระวังให้ดีล่ะ อย่าให้การใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่คุณสุดโปรดปราน มาทำลายชีวิตรักที่เพิ่งเริ่มต้นให้พังพินาศลงไป และนี่คือ 10 เรื่องที่คุณควรระวังให้จงหนักเชียว!

 

 เปลี่ยนสถานภาพของคุณเร็วเกินไป

เมื่อเดตครั้งแรกผ่านไป ทุกอย่างผ่านไปได้สวย และคุณมีเดตครั้งที่สองรออยู่ สิ่งแรกที่คุณทำเมื่อกลับถึงบ้านคือเข้า Facebook เพื่อเมาท์กับเพื่อน ๆ คุณอาจโพสต์ข้อความว่า รู้สึกแฮปปี้กับเดตครั้งนี้ หรือคุณกำลังตั้งตาคอยเดตครั้งต่อไป อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งแตะต้องสถานภาพในโพรไฟล์ของคุณเด็ดขาด ถ้าคุณรีบไปเปลี่ยนมันเข้าละก็ คู่เดตของคุณอาจคิดว่าคุณกำลังข้ามขั้นเร็วไปหน่อยนะ

ทางเลือกที่ดีกว่าคือ รอจนกระทั่งคุณเดตกับเขาอีกสักสองสามครั้ง จนคุณรู้ตัวว่าตัวเองพร้อมกับรักครั้งนี้แน่นอนแล้ว และถ้าทุกอย่าง มีแววจะเป็นไปด้วยดี ลองถามคู่เดตของคุณถึงความรู้สึกที่มีต่อกันว่า จะใช้คำว่า “แฟน” ได้รึยัง โดยเฉพาะเมื่อคุณจะไปบอกกับคนอื่น ๆ หากคุณกับเขาเป็นเพื่อนกันใน Facebook แล้ว ค่อย ๆ คุยกันว่าจะเริ่มคิดเปลี่ยนสถานภาพในข้อมูลส่วนตัวกันเมื่อไหร่

  ไม่เปลี่ยนสถานภาพของคุณเลย

แต่ในทางกลับกัน ถ้าสถานภาพใน Facebook ของคุณยังคงเป็น “โสด” อยู่ ในขณะที่แฟนคุณเปลี่ยนสถานะเรียบร้อยว่ากำลังคบอยู่กับคุณ แล้วลิงก์มาที่โพรไฟล์ของคุณด้วย ระวังให้ดีว่าแฟนคุณอาจจะเริ่มสงสัยว่า คุณอาจจะไม่สนใจเขาจริง ๆ อย่างที่คุณบอกกับเขาตอนเดตก็ได้ พูดเรื่องนี้กับเขาตรง ๆ ว่า คุณแคร์เขาจริง ๆ แต่ไม่ถึงกับต้องป่าวประกาศให้โลกรู้ หากแฟนคุณกังวลว่าการไม่เปลี่ยนสถานภาพอาจกำลังส่งสัญญาณที่ไม่ดี วิธีหนึ่งคือการแก้ไขข้อมูลโดยไม่โชว์สถานภาพของคุณไปเลย หรืออีกทางเลือกคือตั้งค่าความเป็นส่วนตัวใหม่ โดยเลือกว่ามีใครบ้าง ที่จะสามารถเห็นสถานภาพของคุณได้

 

 วนเวียนอยู่กับ Wall ของเขา

ถ้าคุณเล่น Facebook เป็นประจำ และคอยเช็กอัพเดตหลายครั้งในแต่ละวัน มันจะเป็นทนทางที่ดีในการติดต่อกับคนรู้จักได้ แต่ข้อผิดพลาดอย่างหนึ่งของนักเล่น Facebook ตัวแม่ คือการใช้เวลานั่งโพสต์ข้อความและความเห็นสารพัดบน Wall ของเขามากไปหน่อย เขาอาจจะคิดว่าคุณกำลังสอดแนมเขา หรือคิดเลยเถิดเร็วไปหน่อย ฉะนั้น รู้จักกระตือรือร้นแต่พอประมาณ อย่าโพสต์ความเห็นทุกครั้งที่เขาขึ้นสถานะใหม่ หรือโพสต์ข้อความบน Wall ของเขาหลายครั้งเกินไปในแต่ละวัน ควรแสดงความสนใจที่มีต่อเขาอย่างพอดี ๆ อย่าให้โอเว่อร์เกินไปจนดูเหมือนคุณอยากครอบงำเขาล่ะ

 

 โพสต์รูปแฟนมากเกินไป หรือโพสต์รูปน่าขายหน้าของเขา

เรามักจะถ่ายรูปไว้เพื่อเตือนถึงช่วงเวลาพิเศษของเรา รวมทั้งเดตที่น่าตื่นเต้นกับแฟนใหม่ และ Facebook ได้ทำให้มันเป็นเรื่องง่ายที่จะแบ่งปันภาพเหล่านั้นกับคนอื่น ๆ ในโลกไซเบอร์ หากข้อผิดพลาดตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นก็คือการโพสต์ภาพมากเกินไป โดยเฉพาะรูปที่เป็นส่วนตัวและรูปน่าอาจสุด ๆ เหมือนกับตอนที่คุณเปลี่ยนสถานภาพเร็วเกินไป เขาอาจมองด้วยว่าภาพเหล่านี้ เป็นการละเมิดต่อความไว้ใจที่เขามีต่อคุณ เคารพความเป็นส่วนตัวของเขาบ้าง และทำให้เขาไว้ใจด้วยการขออนุญาตก่อนที่จะโพสต์รูป

 

 โพสต์ข้อมูลเรื่องการเดตของคุณมากไปหน่อย

        “TMI” กลายมาเป็นคำย่อสุดฮิตของ “Too Much Information” หรือการให้รายละเอียดมากเกินไปในวัฒนธรรมชาวป๊อปซะแล้วโดยทั่วไป คำนี้ใช้เพื่อหยุดใครบางคนจากการสาธยายบางสิ่งที่ไม่เข้าหูผู้ฟัง เหมือนกับการที่คุณบรรยายอาการป่วยตอนเป็นหวัดซะละเอียดยิบนั่นแหละ เมื่อเป็นเรื่องความสัมพันธ์ครั้งใหม่ การบอกรายละเอียดเรื่องการเดตมากเกินพอดีนั้น อาจนำความรักโรแมนติกนี้ เข้าสู่ขีดอันตรายได้ เคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของแฟนคุณหน่อย คุณจะได้รับความไว้ใจจากเขา หากรู้จักเก็บเรื่องบางอย่างไว้กับตัวเองบ้าง

 

 ตามติดเพื่อนของแฟนคุณ

เมื่อคุณกับแฟนติดต่อกันทาง Facebook คุณจะสามารถพบเพื่อนของกันและกันได้ด้วย แต่อย่าส่งคำขอเป็นเพื่อนหรือ Friend Request ไปให้เพื่อนทุกคนของแฟนคุณเด็ดขาด เพราะมันก็เหมือนกับที่คุณโพสต์ข้อความมากเกินไปนั่นแหละ คุณอาจจะก้าวข้ามขอบเขตความไว้ใจเขาเกินไป ก่อนเขาจะสะดวกใจที่จะแนะนำเพื่อนของเขากับคุณ

        แต่หากคุณยังคงอยากติดต่อกับเพื่อนแฟน โดยที่เขายังไม่แนะนำให้รู้จัก ค่อย ๆ เลือกเพื่อนเขาเพียงครั้งละคนหรือสองคนเท่านั้นในแต่ละสัปดาห์ และในการส่งคำขอไป ก็ส่งข้อความแนะนำตัว สักหน่อยด้วยว่า ทำไมคุณถึงอยากเป็นเพื่อนกับเขา แต่ก็จำไว้ด้วยว่าเพื่อนแฟนคุณอาจไม่ตอบรับ และที่แย่กว่านั้น เขาอาจไปบ่นให้แฟนของคุณฟังอีกต่างหากเพื่อป้องกันความเสี่ยง คุณก็อาจขอให้เขาแนะนำเพื่อนให้คุณรู้จักบ้างสักหน่อย เพื่อจะได้ไม่ดูเหมือนคุณเป็นพวกลักลอบสอดแนม

 เรียกร้องให้เพื่อนคุณทุกคนมาเป็นเพื่อนกับแฟนคุณ

เมื่อมีรักใหม่ อย่าทำตัวเหมือนกับว่า Facebook แฟนคุณเป็นเหมือนเว็บไวรัสที่คุณจะแพร่ต่อไป เขาอาจจะรู้สึกว่าแบบนี้มันมากเกินไปก็ได้ ฉะนั้น อย่าแนะนำให้เพื่อนคุณทุกคนส่งคำขอเป็นเพื่อนไปให้แฟนคุณ เพราะบางทีแฟนคุณอาจจะเลือกมากเวลาที่จะเป็นเพื่อนกับใคร ก็ตาม ทางที่ดีกว่าคือแนะนำแฟนคุณกับเพื่อนของคุณแต่ละคนอย่างเป็นส่วนตัวก่อน และปล่อยให้เพื่อนตัดสินใจเองว่าจะติดต่อกับแฟนคุณหรือไม่ นอกจากนี้ก็อย่าตั้งหน้าตั้งตาบอกให้เพื่อนคุณทุกคนเข้าไปข้องแวะกับ Wall ของเขา และโพสต์ความเห็นในเรื่องที่คุณกำลังติดตามเขาอยู่ อะไรจะแย่ไปกว่าการมีคนคนหนึ่งเฝ้าสอดแนมคุณล่ะ

 

แสดงความเคลือบแคลงสงสัยในสิ่งที่ได้รู้ได้เห็นเกี่ยวกับเขา

เมื่อคุณเริ่มคบหากับหนุ่มคนใหม่ อาจมีอีกหลายเรื่องที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับเขา ซึ่งคุณจะได้เรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ในระหว่างคบหากัน แต่ในขณะเดียวกันก็อาจมีหลายเรื่องที่คุณอาจยังไม่แน่ใจ ซึ่งอาจนำไปสู่ความสงสัย และท้ายสุดก็อาจนำไปสู่ภาวะเสี่ยงในความสัมพันธ์ที่เรียกว่าความหึงหวงนั่นเอง

          Facebook อาจทำให้ความกังวลบานปลาย เพราะมันจะคอยเปิดเผยให้คุณได้เห็นเพื่อน ๆ ของเขา สิ่งที่เขาชอบ และความเห็นของเขาที่อาจฟังดูน่าสงสัย แต่อย่าปล่อยให้ความกังวล เล่นงานคุณ ให้รับฟังแฟนของคุณ และอย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินจากบทสนทนาใดก็ตามระหว่างเขากับเพื่อนที่คุณได้อ่าน และถ้าคุณเกิดข้องใจขึ้นมาละก็ อย่าโพสต์ข้อความออกไปเขียว มันอาจจะทำให้กลายเป็นเรื่องหึงหวง และกัดกร่อนความเชื่อถือที่แฟนคุณมีให้ แต่ในเดตครั้งต่อไป ให้ถามเรื่องที่คุณกังวลใจอยู่ให้เคลียร์ยิ่งขึ้น และคอยฟังคำตอบ อาจจะมีเรื่องให้คุยกันอีกมากที่คุณอาจจะไม่มีวันรู้ถ้าไม่ถามเขา

 

โพสต์ข้อความเปิดโปงความลับส่วนตัวของแฟนคุณ

          เมื่อคุณกับหนุ่มคนใหม่เริ่มรู้สึกคุ้นเคยและสะดวกใจกันแล้ว คุณอาจแบ่งปันความลับอันลึกซึ้งแก่กัน แต่ถ้าแฟนคุณบอกความลับของเขาที่คุณคิดว่ายากจะเก็บไว้คนเดียวได้ คุณอาจจะรู้สึกอยากระบายบน Facebook แม้ว่าคุณจะตั้งค่ากำหนดไว้แล้วว่าใครสามารถเห็นข้อความได้บ้างก็ตาม มันก็ยังดูเป็นการป่าวประกาศอยู่ดี เมื่อมีคนซัก 50 คนหรือมันกว่านั้นมาเห็นเข้าในคราวเดียว

         ถึงแม้คุณจะเปิดเผยความลับนี้กับเพื่อนที่ไว้ใจแค่คนเดียว คุณก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าเรื่องจะไม่ถูกส่งต่อไปยังเพื่อนที่ไว้ใจอีกคนหนึ่ง ซึ่งอาจต่อเนื่องไปได้อย่างแทบไม่มีที่สิ้นสุด และข้อความเดียวกันนี้อาจย้อนกลับไปถึงตัวแฟนคุณได้เองในที่สุดเช่นกัน เมื่อเขาได้รู้ว่าคุณฝ่าฝืนกฎความไว้วางใจของเขา มันอาจสายไปแล้วก็ได้ที่จะซ่อมแซมความสัมพันธ์ที่เสียหาย ขอเตือนไว้เลยว่า เมื่อมันเป็นเรื่องลับของแฟนคุณ อย่าได้พิมพ์ข้อความพวกนี้เด็ดขาด

 

 โกหกเรื่องสถานภาพของคุณ

         ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ครั้งไหน หนึ่งในสิ่งที่แย่ที่สุดที่คนเราจะทำได้ก็คือ ความไม่ซื่อสัตย์กับอีกคนหนึ่ง ความไว้ใจคือสิ่งสำคัญในความผูกพันกับใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือคนรักก็ตาม ทั้งเวลาออนไลน์และพบกันตัวต่อตัวและใน Facebook คุณอาจจะโพสต์อะไรก็ได้ ทั้งนั้นจนกระทั่งมีคนจับได้ว่าคุณโกหก และเมื่อคุณมีรักครั้งใหม่ การหลอกลวงนี้ยังอาจทำให้เกิดปัญหานอกจอคอมพ์อีกด้วย หากเขาจับได้ว่าคุณโกหกเพื่อนใน Facebook เรื่องความสัมพันธ์ คุณอาจไม่มีโอกาสอีกเลยที่จะเรียกคืนความไว้ใจของแฟนคุณกลับมาได้ และยังทำให้เกิดปัญหาซ้ำสองคือ คุณอาจสูญเสียความไว้วางใจจากทั้งแฟนและบรรดาคนที่คุณโกหก เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดนี้ คุณต้องมีความโปร่งใสในเรื่องนี้ และอย่ากระตือรือร้นกับการใช้ Facebook จนเกินไป สัมพันธ์รักออนไลน์ของคุณและเขาก็จะเป็นไปด้วยดี

ที่มา : Lisa

Advertisements

One response »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s