โออีซีดีรายงาน กรุงเทพฯ ติดอันดับ 10 ของโลกเมืองที่สุ่มเสี่ยงจะถูกสตอร์มเซิร์จทำลายล้าง ในอีก 58 ปี ประเมินความเสียหายสูงถึง 34.9 ล้านล้านบาท ส่วนเมืองที่เสี่ยงสูงสุดคือไมอามี
องค์การว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ “โออีซีดี” ระบุว่า กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของไทย ติดอันดับ 10 ของโลก และอันดับ 1 ในอาเซียน ในฐานะเมืองใหญ่ที่มีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก และถือเป็นเมืองสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งยวดต่อภัยคุกคามจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น การทำลายล้างของคลื่น “สตอร์มเซิร์จ” โดยคาดว่ามูลค่าทรัพย์สินในกรุงเทพฯ ที่สุ่มเสี่ยงต่อหายนะดังกล่าวอาจพุ่งสูงถึง 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 34.9 ล้านล้านบาท ในปี ค.ศ.2070 หรืออีก 58 ปีนับจากนี้
โออีซีดีก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1961 และมีฐานอยู่ที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส ระบุในรายงานว่า มีเมืองท่ามากกว่า 130 แห่งทั่วโลกที่กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต่อภัยคุกคามจากเหตุน้ำท่วม เพราะคลื่น “สตอร์มเซิร์จ” ภัยคุกคามจากพายุ รวมถึงการที่ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น และมีอุณหภูมิอุ่นขึ้นกว่าปกติ ซึ่งทางโออีซีดีระบุว่ากรุงเทพมหานครเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ ที่ขาดการวางแผนด้านการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ และยังมีการบริหารจัดการในเชิงโครงสร้างที่ย่ำแย่ ซึ่งแน่นอนว่าจะยิ่งส่งผลให้มีคนกรุงเทพฯ ต้องตกอยู่ในความเสี่ยงจากภัยคุกคามดังกล่าวมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับในอีกหลายเมืองใหญ่ทั่วโลก

ผลการศึกษาขององค์การระหว่างประเทศซึ่งมีสมาชิก 34 ชาติดังกล่าวระบุว่า กรุงเทพฯ ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ไม่ต่ำกว่า 12 ล้านคน และครั้งหนึ่งเคยถูกขนานนามว่า “เวนิซตะวันออก” อาจตกอยู่ในอันตรายจากภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกมากขึ้น ซึ่งภายในปี ค.ศ.2070 ประชากรของกรุงเทพฯ ไม่ต่ำกว่า 5.1 ล้านคน จะตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากสารพัดภัยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์คลื่นซัดกระหน่ำชายฝั่ง น้ำท่วม หรือพายุ
โฮเซ อังเฆล กูร์เรีย อดีตนักการทูตชาวเม็กซิกัน วัย 62 ปี ในฐานะเลขาธิการใหญ่ของโออีซีดี ออกมาเปิดเผยว่า เหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ในประเทศไทยที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว และสร้างความเสียหายเป็นวงเงินมากกว่า 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.43 ล้านล้านบาท นั้น ถือเป็นสัญญาณเบื้องต้นที่บ่งชี้ว่า นับจากนี้เมืองหลวงของไทยจะต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น

รายงานของโออีซีดีระบุว่า 10 เมืองใหญ่ของโลกที่สุ่มเสี่ยงจะถูกทำลาย หรือเสี่ยงได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกมากที่สุด คือ

1. เมืองไมอามี มลรัฐฟลอริดา ของสหรัฐ

2.นครกว่างโจว ของจีน มหานครนิวยอร์ก

3.เมืองนวร์ก ของสหรัฐ

4.เมืองกัลกัตตาของอินเดีย

5.นครเซี่ยงไฮ้ของจีน

6.เมืองมุมไบของอินเดีย

7.เมืองเทียนจินหรือเทียนสินของจีน

8.กรุงโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น

9.เขตปกครองพิเศษฮ่องกงของจีน

10. กรุงเทพมหานคร ภายในปี 2070 หากสภาพอากาศโลกยังแปรปรวน ชาวกรุงเทพกว่า 5.1ล้านคนจะได้รับความเดือดร้อน และก่อให้เกิดความเสียหายเป็นเงิน 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา: Thai Post, M2F

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s