เบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์ ผู้นำด้านการประชาสัมพันธ์ โชว์ผลสำรวจการใช้งานออนไลน์ของบริษัททั่วโลกกว่า 10 ล้านครั้ง/เดือน เผยพบยอดยูทูบสูงสุดในปี 55 กว่าร้อยละ 79 เมื่อเทียบกันช่วงที่ผ่านมา แนะทวิตเตอร์ช่วยให้การติดต่อสื่อสารเข้าถึงได้ง่าย ด้านสาวกเฟซบุ๊คแห่กดไลท์ กว่า 1.5 แสนครั้ง ชื่นใจช่องทางโซเชียลช่วยสร้างการปฏิสัมพันธ์เป็นอย่างดี

ปัจจุบันกระแสการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์คในสังคมประเทศไทยเริ่มมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ยูทูบ รวมทั้งการใช้งานสมาร์ทโฟนนั้นก็มีผลกระทบโดยตรงต่อการใช้งานที่ใช้งานมากขึ้นเนื่องจากในปัจจุบันพฤติกรรมของเด็กจนถึงผู้ใหญ่นั้น มักจะมีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่พกพาในชีวิตประจำวัน รวมทั้งหลากหลายองค์กรไม่ว่าจะขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ก็เริ่มหันมาใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คเพื่อสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร รวมทั้งยังนำมาแบ่งปันกิจกรรมขององค์กร หรือหน่วยงานผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างแพร่หลาย โดยที่ในขณะนี้เริ่มมีการปรับตัวมากยิ่งขึ้น และมีแนวโน้มว่าจะเป็นมีอัตราการเติบโตที่ขยายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการใช้งานดังกล่าวนี้นอกจากจะลดต้นทุนในการโฆษณาแล้วยังเป็นการช่วยสร้างการรับรู้ให้แก่สาธารณชนได้อย่างวงกว้าง

นายมาร์ค เพนน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์ ระบุไว้ว่า บริษัทได้เป็นที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ชั้นนำของโลก ซึ่งได้ก่อตั้งมาเมื่อปี 2496 ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยยังเป็นผู้ให้บริการด้านประชาสัมพันธ์ชั้นนำระดับโลก บริษัทฯ ให้บริการวางกรอบแนวคิดเชิงกลยุทธ์และแผนงานประชาสัมพันธ์ในหลากหลายด้าน อาทิ ประชาสัมพันธ์ รัฐกิจสัมพันธ์ การสื่อสารในภาวะวิกฤติ และบริการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ในสื่อออนไลน์ โดยทำให้ในปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจครอบคลุม 108 ประเทศใน 6 ทวีป ผ่านเครือข่ายบริษัทลูก 73 แห่ง และบริษัทในเครืออีก 83 แห่ง ที่ได้มีการสำรวจการใช้งานโซเชียลมีเดียของโลกเป็นปีที่ 3 โดยได้มีการสำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สื่อออนไลน์ของบริษัทใน Fortune Global 100 บนระบบทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ค ยูทูบ กูเกิลพลัส และพินเทอเรสต์ โดยมีบริษัทที่เข้าร่วมการสำรวจจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งได้ถูกกล่าวถึงในสังคมออนไลน์รวม 10,400,132 ครั้งในช่วง 1 เดือน โดยผ่านทางทวิตเตอร์เป็นส่วนใหญ่ สำหรับการสำรวจโลกออนไลน์ครั้งล่าสุด เบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์ ยังได้นำข้อมูลใหม่จากบริษัท วิซิเบิล เทคโนโลยี่ส์ ซึ่งเป็นผู้นำในการให้บริการเทคโนโลยีการวิเคราะห์และติดตามผลข้อมูลทางโซเชียลมีเดียมาร่วมประมวลผลด้วย

ทั้งนี้นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมาบริษัทฯ ได้มองเห็นกระแสการใช้ช่องทางเหล่านี้ที่ได้พัฒนาจากเพียงแค่การเผยแพร่ข่าวเป็นการสร้างสรรค์เนื้อหา ตลอดจนการนำเนื้อหาในสื่อต้นฉบับเริ่มขยายตัวเข้ามาแบ่งปันกับผู้ติดตามทางทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ค หรือยูทูบมากขึ้น โดยมีผู้ที่เข้ามาติดตามความเคลื่อนไหวของบริษัทใหญ่ๆ ในช่องทางออนไลน์อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยพบว่าจำนวนผู้ติดตามทวิตเตอร์เฉลี่ยตั้งแต่ปี 2554 ได้เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า จาก 5,076 ราย เป็น 14,709 ราย/1 บัญชีทวิตเตอร์ของบริษัทที่ได้มีการใช่ช่องทางผ่านทวิตเตอร์ ส่วนเฟซบุ๊คของบริษัท ก็มีจำนวนกด “ไลค์” เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 275 จากช่วงปี 2553 เป็นกว่า 152,646 ครั้งในปี 2555

นอกจากนี้รายงานดังกล่าวยังได้ระบุอีกว่า ในปี 2555 บริษัทส่วนใหญ่ร้อยละ 87 ได้ใช้โซเชียลมีเดียอย่างน้อยหนึ่งช่องทางเพื่อสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยพบว่ามีอัตราการใช้งานยูทูบเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยจำนวนบริษัทที่มีการใช้ช่องทางยูทูปบนเพิ่มขึ้นถึงกว่าร้อยละ 39 ดังนั้นในปี 2555 จึงได้มีบริษัทกว่าร้อยละ 79 ใช้ช่องยูทูบของตนเองในการสื่อสาร ซึ่งเมื่อเทียบกับในปี 2554 ที่มีเพียงร้อยละ 57 ในช่องทางดังกล่าว และมีอัตราการเข้าชมเฉลี่ยกว่า 2 ล้านครั้ง และมีสมาชิก 1,669 ราย

แม้ว่าการใช้งานยูทูบจะเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แต่ทวิตเตอร์ก็ยังคงเป็นช่องทางการสื่อสารที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับบริษัทและการพูดคุยที่มีการเอ่ยอ้างถึงบริษัทนั้นได้พบว่า ร้อยละ 82 ของบริษัทใน Fortune Global 100 เป็นสมาชิกทวิตเตอร์อย่างน้อยหนึ่งบัญชี/ บริษัท และได้รับการกล่าวถึง 55,970 ครั้งโดยเฉลี่ย ทั้งนี้ผลสำรวจได้มีการเปิดเผยไว้ว่า บริษัทใน Fortune Global 100 มีจำนวนบัญชีผู้ใช้ในแต่ละแพลตฟอร์มมากกว่าในอดีต โดยเฉลี่ยแต่ละบริษัทมีบัญชีทวิตเตอร์เฉลี่ย 10.1 บัญชี หน้าเฟซบุ๊ค 10.4 หน้า ช่องยูทูบเฉลี่ย 8.1 ช่อง หน้ากูเกิลพลัส 2.6 หน้า บัญชีพินเทอเรสต์ (Pinterest) 2.0 บัญชี, บริษัทที่เข้าร่วมการสำรวจครั้งนี้ร้อยละ 74 มีหน้าเฟซบุ๊คบริษัท 1 หน้า, หน้าเฟซบุ๊คของบริษัทร้อยละ 93 มีการอัพเดทข้อมูลเป็นประจำทุกสัปดาห์, บริษัทร้อยละ 48 เป็นสมาชิกของกูเกิลพลัส, บริษัทร้อยละ 25 มีบัญชีพินเทอเรสต์, หน้าเฟซบุ๊คบริษัทแต่ละหน้า มีผู้คนพูดถึงเฉลี่ย 6,101 ราย

ด้านนายดัลลัส ลอว์เรนซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลยุทธ์สื่อดิจิตอลทั่วโลกของเบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์ กล่าวว่า มีผู้คนต้องการมีปฏิสัมพันธ์และติดตามสื่อสารกับบริษัทชั้นนำระดับโลก ขณะที่แพลตฟอร์มเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนสะพานเชื่อมข้อมูลระหว่างองค์กรกับผู้คน สิ่งที่ทำให้น่าสนใจมากคือ บริษัทเหล่านี้มีการติดต่อสื่อสารและสานสัมพันธ์กับผู้ติดตามด้วย การศึกษาพบว่าบัญชีทวิตเตอร์องค์กรจำนวนร้อยละ 79 สร้างความสัมพันธ์ผ่านทวิตเตอร์ด้วยการรีทวีต รวมไปถึงส่งต่อข้อความ และการกล่าวถึง นอกจากนี้บริษัทกว่าร้อยละ 70 ที่มีเฟซบุ๊คก็มีตอบรับต่อความเห็นหรือข้อซักถามในหน้าวอลล์และไทม์ไลน์ของตนด้วย

โดยทั้งนี้จะเห็นได้ว่า การใช้งานประเภทสื่อออนไลน์ และการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ขยายได้เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อไปทั่วโลก รวมทั้งยังเป็นการช่วยให้เกิดการรับรู้และเรียนรู้ในรูปแบบใหม่มากขึ้น ซึ่งการใช้งานโซเชียลมีเดีย นี้หากผู้บริโภคนำไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ก็จะเป็นประโยชน์ได้เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นบทสรุปได้เป็นอย่างดี ว่าทุกประเทศบนโลกนี้ได้เริ่มมีการปรับตัวรับโซเชียลเน็ตเวิร์ค เข้ามามีส่วนช่วยในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นประโยชน์

ที่มา :  บ้านเมือง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s