600

วันก่อนเจอคุณแม่กลุ่มหนึ่งที่มีลูกย่างเข้าสู่วัยรุ่นสุมหัวคุยกันถึงพฤติกรรมของบุตรสาว คุณแม่ท่านนึงเล่าว่า วันๆลูกสาวเอาแต่เล่นเฟซบุ๊ก ซึ่งหากเล่นเพื่อ              พูดคุยหรือติวการบ้านกับเพื่อนฝูงในชั้นเรียนของลูกๆก็ไม่เป็นไร แม่ย่อมเข้าใจเพราะใครๆต้องมีเพื่อนไว้คอยกระเซ้าเย้าแหย่หรือปรึกษาหารือกัน

แต่กลายเป็นว่า ระยะหลังๆ ลูกสาวตัวดีเอาแต่เล่นเฟซบุ๊กเพื่อจะได้พูดคุยกับ “ผู้ชาย” ซึ่งแม่เองก็ไม่รู้ว่าผู้ชายที่ว่านี้คือใคร? เป็นเพื่อนชายร่วมโรงเรียนเดียวกันกับลูกหรือเป็นหนุ่มแปลกหน้าที่รู้จักโดยบังเอิญในเฟซบุ๊กกันแน่? จึงทำให้หัวอกของคนเป็นแม่รู้สึกห่วงลูกสาวเป็นธรรมดา ว่า ถ้าขืนเอาแต่เล่นเฟซบุ๊กกะผู้ชายอย่างนี้ เดี๋ยวเกิดชักชวนกันไปทำอะไรที่ถลำลึกเกินกว่าจะคาดเดา…ไม่ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่หรือ?

ว่าตามตรง ในโซเชียล มีเดียสังคมออนไลน์ ใครๆก็รู้ว่าเฟซบุ๊กหรือช่องทางใดๆที่ใกล้เคียงกันนี้ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ขึ้นอยู่กับ “ผู้ใช้” หรือ “ผู้ที่เข้าไปเล่น” ว่า จะใช้ใน ทางที่ถูกที่ควรหรือไม่

หากเข้าไปใช้ในทางที่ถูกต้องเหมาะสมก็มีประโยชน์มหาศาล ตรงข้ามถ้านำไปใช้ในทางพิลึกพิลั่น หรือหาแฟน, จีบกัน อาจเกิดเรื่องไม่งามเอาได้ เคยมีข่าวหนุ่มใหญ่หึงเมียที่คุยกับชายอื่นทางเฟซบุ๊ก จึงบันดาลโทสะยิงทั้งเมียและตัวเองตายอนาถไปพร้อมกันทั้งคู่ อีกตัวอย่างของพิษเฟซบุ๊ก มีข่าวสาวไต้หวันน้อยใจแฟน จึงฆ่าตัวตายผ่านเฟซบุ๊ก ด้วยการรมควันตัวเองภายในห้องพัก ย่านชานกรุงไทเป ก็เกิดขึ้นมาแล้ว

ย้อนไปที่คุณแม่ที่มีลูกสาวชอบเล่นเฟซฯอีกที คุณแม่ควรกล่าวเตือนบุตรสาวให้ เพลาๆการใช้โซเชียลมีเดียหน่อยนะ หากลูกมีเฟซบุ๊กก็ให้แอด (รับ) แม่เป็นเพื่อนของลูกด้วย แม่จะได้รู้ว่าลูกทำอะไรในนั้นบ้าง และหากแม่ว่างก็ชวนลูกไปทำกิจกรรมอื่นที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ด้วยกัน แต่หากเตือนลูกแล้วยังไม่เชื่อ อาจงัดวิธีของคุณพ่อที่ยอมจ่ายให้ลูกสาว 200 ดอลลาร์ (ราว 6 พันบาท) ให้เลิกเล่นเฟซบุ๊ก 5 เดือนมาใช้ก็ได้

ตามข่าวมีอยู่ว่า หนุ่มชาวอเมริกัน นายพอล ไบเออร์ ทำสัญญาฉบับหนึ่งขึ้นมาให้ลูกสาวเซ็นว่าจะไม่เล่นเฟซบุ๊กนาน 5 เดือนเพื่อแลกกับเงินจำนวนนี้ จนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก โดยการจ่ายค่าจ้างนี้ไม่ได้จ่ายครั้งเดียว แต่จ่ายเป็นงวดตามข้อตกลง ซึ่งนายพอลอ้างว่า ไอเดียนี้เป็นของลูกสาว ไม่ใช่ของเขาเอง เพราะลูกอยากหาเงินใช้ ประกอบกับการเข้าไปเล่นเฟซบุ๊กทำให้เธอใช้เวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ แถมยังทำให้เสียสมาธิ ดูสิ เด็กยังคิดเป็น แต่เล่านี่บางทีผู้ใหญ่ไม่ต้องจ้างให้เด็กเลิกเล่นเฟซบุ๊กก็ได้ เพียงชวนเขาให้ไปสนใจสิ่งอื่นแทนซะ

พูดถึงเฟซบุ๊ก มีสิ่งที่น่าสังเกตอีกอย่างตรงการใส่รูปประจำตัว เพราะสามารถใส่รูปอะไรลงไปก็ได้ จะเป็นการ์ตูน, รูปสัตว์, เป็นรูปธรรมชาติ ป่าเขาลำเนาไพร หรือบางคนใส่ภาพจริงของตัวลงไปก็แล้วแต่ใจรัก กระนั้นพบว่า บางคนมีการปรับแต่งภาพให้ดูดีกว่าตัวจริง น่ารักกว่าและเผลอๆ อายุน้อยกว่า เพื่อหลอกตาผู้อื่น ส่วนอีกกรณีนึง บางคนเล่นเฟซบุ๊กจนจิตใจไม่อยู่กะเนื้อกะตัว ทำให้มีชู้ทางใจ แทนที่จะรักสามีหรือภรรยาของตัวเอง แต่กลับไปเพ้อรักคนอื่นในเฟซบุ๊กแทน เฮ่อ…ที่พูดนี่ไม่ใช่ว่าเฟซบุ๊กเป็นผู้ร้ายนะ เพราะคนที่ใช้ต่างหากล่ะที่ร้าย และใช้ในทางที่ไม่ถูกไม่ควร ดังนั้นหากจะใช้ช่องทางสื่อสารทางออนไลน์ก็ควรใช้อย่างมีสติ…อาเมน

ทีนี้มาดูว่า เฟซบุ๊กมีสิทธิ์ทำให้คู่รักผิดใจกันได้อย่างไรกันเถอะ? นอกเหนือจากที่กล่าวไปแล้ว การใช้โซเชียลมีเดียอาจทำให้เกิดความแตกแยกและทำลายความสัมพันธ์ของคู่รักได้ด้วย เช่น… 1. หากคุณหรือแฟน เปิดใช้เฟซบุ๊กหรือเข้าไปดูอินเตอร์เน็ตนานๆ จะทำให้ความผูกพันกันลดลง

หากคู่รักใช้เวลาวันละหลายชั่วโมงหมดไปกับการใช้อินเตอร์เน็ต แทนที่จะมีเวลามาคุยกันหรือมีปฏิสัมพันธ์กันในชีวิตจริง เท่ากับสั่นคลอนความรู้สึกที่ผูกพันกันให้ห่างเหินก็ได้ เพราะมัวแต่ยุ่งกับอินเตอร์เน็ตและเฟซบุ๊กจนไม่เห็นความสำคัญของแฟนอีกต่อไป ขืนเป็นเช่นนี้ แล้วรักของเราจะเป็นไงต่อไปคงไม่ต้องสาธยาย

2. เมื่อวุ่นวายอยู่กับอินเตอร์เน็ตทั้งวันทั้งคืน ทั้งที่ไม่ได้ทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ซะหน่อย อ้าวงี้ มีสิทธิ์ทำให้คนรักของคุณน้อยใจเอาได้ ว่าเห็นอย่างอื่นสำคัญกว่าคนใกล้ตัว ยิ่งถ้าบ้านไหนมีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว โดยแฟนผูกขาดการใช้อยู่คนเดียว เดี๋ยวได้มีเรื่องให้ทะเลาะกันแหงๆ แต่ถ้ามีสองเครื่อง คนบ้านนี้ก็จะประชดด้วยการหันไปใส่ใจกับอินเตอร์เน็ต จนมีบ้านไว้อยู่ด้วยกันก็เหมือนกับอยู่กันคนละบ้าน

3. เข้าใจผิดกันง่ายมาก

หากสนุกกับเฟซบุ๊กและอินเตอร์เน็ตมากเกินไป ชอบคุยกับเพื่อนหรือคนแปลกหน้ามากๆ ระวังเหอะ จะทำให้อีกฝ่ายคิดว่าคุณปันใจไปให้คนอื่นแล้วละมั้ง ความระแวงจึงเกิดขึ้นได้ เพราะเห็นติดเฟซบุ๊กเหลือเกินนี่หว่า แถมยังมีการด่าทอต่อว่ากันผ่านเฟซบุ๊กเยอะนะ บางคนเห็นเฟซบุ๊กเป็นช่องทางระบายหรือไงไม่ทราบ

4. แฟนเก่าสามารถตามมาราวีผ่านทางเฟซบุ๊กได้ด้วย

ถ้าเคยมีคนรักแล้วรับกันเป็นเพื่อนทางเฟซบุ๊ก แต่ต่อมาเลิกกัน หลายคู่ก็ทำเป็นอ้างว่า ถึงเลิกกันก็เป็นเพื่อนกันได้ ทว่าเอาเข้าจริงไม่ใช่ทุกคู่ซะหน่อยที่ทำใจได้ หากปากกับใจไม่ตรงกัน ทำใจไม่ได้ ดังนั้นพอเห็นแฟนเก่ามีคนใหม่จึงเกิดหมั่นไส้ขึ้นมา ฮึ่มระวังโดนวิญญาณแฟนเก่าตามมาคอมเมนต์หรือค่อนขอดจนเสียเซลฟ์นะ.

โดย: เมอร์ลิน

ที่มา : http://www.thairath.co.th

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s