600wqetqwt

คุณอาจเย้ยหยันข้อแนะนำนี้ แต่คำแนะนำที่ว่ามาพร้อมกับหลักฐานใหม่ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าอาหารว่างคือข่าวร้าย ไม่ใช่แค่กระตุ้นโรคอ้วนและโรคหัวใจเท่านั้น แต่มันยังโยงไปถึงปัญหาการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ พฤติกรรมอยู่ไม่นิ่งในเด็ก และอาจรวมถึงโรคมะเร็งในผู้ใหญ่ด้วย
ความเสี่ยงดังกล่าวคงไม่คับขันมาก หากไม่มีสัญญาณอันตรายจากพฤติกรรมชอบขบเคี้ยวมันฝรั่งทอดมากขึ้นในอังกฤษ สัปดาห์ที่แล้วยูกอฟโพลพบว่า 1 ใน 3 ของเด็กอังกฤษกินมันฝรั่งทอดทุกวัน อีก 2 ใน 3 ของเด็กอังกฤษกินสัปดาห์ละหลายครั้ง

ข้อเท็จจริงระบุว่า ชาวอังกฤษสวาปามมันฝรั่งทอดปีละ 6,000,0000,000 ห่อ ซึ่งเท่ากับการรับประทานมันฝรั่งทอด 1 ตันทุกๆ 3 นาที หรือเกือบๆ คนละ 100 ห่อ การทานมันฝรั่งทอดวันละห่อแบบที่เด็กอังกฤษมากมายเป็นอยู่ อาจเทียบได้กับการดื่มกินน้ำมันปรุงอาหารเกือบ 5 ลิตรต่อปี นั่นยังไม่รวมถึงไขมัน, น้ำตาลและเกลือที่บรรจุอยู่ในแต่ละห่อด้วย

ทั้งหมดนี้อาจดูไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่ในห่อขนมหน้าตาบริสุทธิ์ชวนหยิบ ที่อัดแน่นอยู่บนชั้นวางของร้านค้าหัวมุมถนน, ซูเปอร์มาร์เก็ตและปั๊มน้ำมัน แต่โลโก้ตลกและสีสันสดใสแปะหน้าผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการผลิตมาอย่างสมบูรณ์แบบนั้น ช่างเย้ายวนตุ่มรับรสของเราให้เสพติด
ข้อมูลข้างต้นตรงกับคำกล่าวของไมเคิล มอส ผู้เขียนหนังสือที่เพิ่งตีพิมพ์ใหม่ ชื่อ “เกลือ, น้ำมัน, ไขมัน : วิธีที่บริษัทอาหารยักษ์ใหญ่ล่อเหยื่อเรา” การสำรวจของมอสเปิดเผยให้เห็นว่า การค้นคว้าวิจัยยาวนานหลายทศวรรษของบริษัทอาหารยักษ์ใหญ่ ได้เปลี่ยนรูปมันฝรั่งทอดจากแค่เป็นอาหารว่างล่อใจคนวัย 70 มาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อเจาะจงเล่นงานศูนย์รวมความปรารถนาในสมองของเราด้วยเคมีที่ใช้
มอสอธิบายว่า เมื่อปากของเราขบเคี้ยวมันฝรั่งทอด รสเค็มของเกลือจะกระทบเราเกือบทันที นั่นคือผลกระทบที่อุตสาหกรรมเกลือเรียกว่า “การระเบิดของรสชาติ” มันฝรั่งทอดยุคใหม่ยังอุดมด้วยไขมันที่มอบสิ่งที่อุตสาหกรรมนี้เรียกว่า “ความรู้สึกในปาก” มันทำให้ประสบการณ์การกินมันฝรั่งทอดยุคสมัยใหม่คล้ายคลึงกับความรู้สึกพึงพอใจเมื่อคุณได้รับยามกัดชีสนุ่มหนึบ
เรารู้สึกถึงไขมันนี้ผ่านประสาทที่เรียกว่า ไทรเจมินัล ที่อยู่ด้านบนและหลังปากของเรา มันส่งข้อมูลการรู้สัมผัสไปยังสมอง ยิ่งคุณรู้สึกในปากมากเท่าไร คุณก็ยิ่งปรารถนามันมากขึ้นเท่านั้น นอกเหนือจากเกลือและไขมัน ยังมีน้ำตาลซึ่งมีในแป้งมันฝรั่งอยู่แล้วโดยธรรมชาติ มอสกล่าว ว่า นี่คือสามรสชาติที่เติมเต็มสิ่งที่สัญชาตญาณในสมองของเราปรารถนาโดยธรรมชาติ แต่อาวุธลับสุดท้ายของมันฝรั่งทอดปัจจุบันนี้คือความกรุบกรอบที่ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาแล้ว
“การวิจัยพบว่า ยิ่งมันฝรั่งทอดมีเสียงกรุบกรอบ เมื่อถูกขบกัดมากเท่าไร คนก็ยิ่งชอบมันมากขึ้นเท่านั้น” มอสกล่าวพวกมันถูกออกแบบมาให้กินแล้วติด นี่คือสิ่งที่ผู้ผลิตของกินเล่นยักษ์ใหญ่พากันแสวงหาความกรุบกรอบยั่วยวนใจที่สมบูรณ์แบบ พวกเขาค้นพบหลายสิ่งหลายอย่าง เช่น “จุดเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์” (ดูเหมือนว่าเราจะรักมันฝรั่งทอดที่ปลดปล่อยแรงดันทุก 4 ปอนด์ต่อ 1 ตารางนิ้ว)

กลเม็ดอีกอย่างคือ การติดฉลากผลิตภัณฑ์ว่าเป็น “อาหารประณีต” อย่างกับว่าส่วนประกอบของอาหารเหล่านี้ไม่ได้แย่ต่อสุขภาพหากเรากินมันมากไป เหล่านี้ช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดพวกเราหลายคนจึง “รัก” มันฝรั่งทอด แต่รสจัดๆ ของไขมัน น้ำตาล และเกลือที่ยั่วยวนเหลือเกินนี้ก็อาจมีราคาแพงต่อสุขภาพของเราหากรับประทานมากเกินไป งานวิจัยต่างพิสูจน์แล้วว่าส่วนประกอบอาหารพวกนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน ความดันเลือดสูง เบาหวานชนิด 2 และโรคเส้นเลือดอุดตัน
สำหรับเด็ก การกินมากไปสามารถทำให้พวกเขามีสุขภาพย่ำแย่ไปชั่วชีวิต ยิ่งกว่านั้นปัจจุบันวิทยาศาสตร์ยังเปิดโปงภัยคุกคามซ่อนเร้นเพิ่มเติมของมันฝรั่งทอดด้วย ตอนนี้มันฝรั่งทอดคือตัวการใหญ่ตัวการเดียวของโรคอ้วนระบาดในสหรัฐ จากงานวิจัยของ ดร.ดาริอุช โมซัฟฟาเรียน นักวิจัยอาหารและหทัยแพทย์ ที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ เขาบอกว่า “อาหารแต่ละอย่างนั้นไม่เท่ากัน และการกินแบบพอประมาณก็ยังไม่พอ”

ในงานวิจัยของเขา มันฝรั่งที่เป็นอาหารทุกชนิดโดดเด่นในฐานะตัวเพิ่มน้ำหนัก โดยเฉพาะมันฝรั่งทอด พวกมันไม่ใช่แค่หาซื้อง่ายและมีไขมันสูงเท่านั้น แต่มันยังทำให้คุณมีความต้องการทางร่างกายอยากกินมันมากขึ้น

ดร.โมซัฟฟาเรียน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านเวชศาสตร์และวิทยาการระบาดแห่งมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ฮาร์วาร์ด กล่าวว่า การวิจัยบ่งชี้ว่าระดับแป้งและคาร์โบไฮเดรตปริมาณสูงในห่อมันฝรั่งทอดขนาดใหญ่ที่วางขายทั่วไปทุกวันนี้ สามารถกระทุ้งระดับกลูโคสและอินซูลินที่บิดเบี้ยวในกระแสเลือดของเราได้
ความไม่สมดุลนี้ “ทำให้เกิดความรู้สึกที่ยังไม่อิ่ม เพิ่มความหิวและทำให้เรากินอาหารต่อมื้อปริมาณมากขึ้น” ผลลัพธ์ก็คือ มันเย้ายวนให้เราทานมันฝรั่งทอดเพิ่มขึ้นอีก ดร.โมซัฟฟาเรียนผู้ที่ทานมันฝรั่งทอดคราวละนิดหน่อยแค่เดือนละ 1- 2 ครั้ง กล่าว

การทานมันฝรั่งทอดปริมาณมากอาจไม่ใช่แค่ทำให้ร่างกายของเด็กและผู้ใหญ่ไม่สมดุลเท่านั้น แต่มันยังสามารถทำร้ายทารกที่ยังไม่ถือกำเนิดด้วย งานวิจัยของอังกฤษเผยว่า หญิงมีครรภ์ที่ทานมันฝรั่งทอดแผ่นบางและแบบกรอบปริมาณมากๆ อาจทำร้ายลูกในครรภ์พอๆ กับการที่แม่สูบบุหรี่เลย นั่นเป็นผลจากสารเคมีพิษที่อยู่ในขนมที่มีชื่อว่า อะคริลาไมด์ ซึ่งเป็นสารไร้รสไร้กลิ่นและมองไม่เห็น แต่สามารถทำลายดีเอ็นเอได้

อะคริลาไมด์เป็นสารพิษต่อประสาทที่พบครั้งแรกในพลาสติกและอุตสาหกรรมย้อมสี 10 ปีก่อนนักวิทยาศาสตร์สวีเดนค้นพบว่า สารชนิดนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในปริมาณมาก ผ่านกระบวนการแปรรูปอาหารประเภทแป้ง เช่น มันฝรั่งทอด ในการผลิตแบบอุตสาหกรรมที่อุณหภูมิสูง
ผลการศึกษาโดยสถาบันวิจัยสุขภาพแบรด ฟอร์ดยังพบความเชื่อมโยงระหว่างการรับอะคริลาไมด์ปริมาณสูง กับขนาดของศีรษะและน้ำหนักตัวที่น้อยของทารกแรกเกิด

งานวิจัยชิ้นดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาทั่วยุโรปที่ตีพิมพ์ลงวารสาร Environmental Health Perpectives ศึกษาการรับประทานอาหารของหญิงมีครรภ์ในแบรดฟอร์ด 186 ราย  พบว่า ลูกๆ ของพวกเธอมีระดับอะคริลาไมด์สูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับการศึกษาของศูนย์อีก 5 แห่งในยุโรป และสูงกว่าทารกในเดนมาร์กเกือบ 2 เท่า

นักวิจัยกล่าวกันว่า แหล่งที่มาของอะคริลาไมด์ที่บรรดาว่าที่คุณแม่ในแบรดฟอร์ดได้มานั้นมาจากมันฝรั่งทอด
“มาตรวัดทั้ง 2 อย่างนี้เป็นปัจจุบันสำคัญของความเสี่ยงต่อสุขภาพทารก” จอห์น ไรต์ นักวิทยาการระบาดและที่ปรึกษาด้านสาธารณสุขผู้นำการวิจัยที่ แบรดฟอร์ด กล่าว

เขาเสริมว่า ทั้งสองอย่างนี้เชื่อมโยงถึงปัญหาที่เกิดตามมา เช่น พัฒนาการสมองและระบบประสาทที่ช้าลง, เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจ “เมื่อคุณเติมอะคริลาไมด์เข้าไปปนเปื้อนกับไขมัน, น้ำตาลและเกลือที่มันฝรั่งทอดมีมากอยู่แล้ว มันฝรั่งทอดนี้ก็จะมีระดับสารพิษเหมือนกับที่ผู้หญิงท้องสูบบุหรี่” ดร.ไรต์กล่าว

เด็กวัยรุ่นที่ทานมันฝรั่งทอดมากเกินอาจเสี่ยงอันตรายแบบอื่นๆ ด้วย เช่น สมาธิสั้นและพฤติกรรมเสพติด ผลการศึกษาในห้องปฏิบัติการทดลองที่เผยแพร่ในวารสารพลอสวัน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ รายงานว่า เมื่อหนูถูกเลี้ยงด้วยมันฝรั่งทอดที่ผลิตเชิงพาณิชย์ สมองของพวกมันจะมีร่องรอยของกิจกรรมที่ต่างไปจากปกติเมื่อศึกษาด้วยอุปกรณ์แสดงภาพไฮเทค

นักเคมีอาหารจากมหาวิทยาลัยเออร์ลันเกนนูเรมเบิร์กของเยอรมนี ให้ข้อมูลว่า พื้นที่ของสมองที่ปกติจะเกี่ยวข้องกับการนอนหลับกลับถูกยับยั้งไว้ ส่วนพื้นที่ที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของร่างกายกลับมีกิจกรรมมากขึ้นกว่าปกติ การเปลี่ยนแปลงแบบนั้นในมนุษย์อาจทำให้พวกเขามีพฤติกรรมสมาธิสั้นได้
ผลร้ายอีกอย่างที่เกิดจากการกินมันฝรั่งทอดในเด็กก็คือมันทำให้ฟันผุ “มันเป็นสิ่งหนึ่งที่เลวร้ายที่สุดกับฟันของเรา เพราะมันสามารถติดผิวฟันอยู่ได้นานเป็นชั่วโมงๆ” ดร.ไนเจล คาร์เตอร์ ประธานบริหารมูลนิธิสุขภาพฟันอังกฤษ เตือน

“ในรายการส่วนผสมอาหาร ปริมาณน้ำตาลดูเหมือนจะต่ำ แต่รายการนี้ระบุถึงน้ำตาลในรูปปกติเท่านั้น ไม่ได้กล่าวถึงน้ำตาลในรูปแบบที่ซับซ้อนกว่า เช่น คาร์โบไฮเดรต ซึ่งการเคี้ยวของเราทำให้มันกลายเป็นน้ำตาล”.–จบ–

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

Advertisements

About naelkung

PR Consulting, Media Monitoring, Catering, Marketing, Gadgets, Traveling, / Touch me !!!! U will know all about me...

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s